Deverlopment of company

Deverlopment of company

พ.ศ. 2538 ก่อตั้ง บจก. อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น (ประเทศไทย)

  • จดทะเบียนบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2538 ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท
  • โอนย้ายแผนก Network Cabling System จากบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ โฮลดิ้ง จำกัดมาก่อตั้งเป็น บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด
  • เปิดให้มีหลักสูตรการอบรมสัมมนาสินค้า Cabling ทุกๆ เดือน
  • สินค้าที่จัดจำหน่าย AMP และ INTERLINK

พ.ศ. 2539 รุกธุรกิจ Cabling จริงจัง

  • วาง Position เป็น No.1 Cabling Company
  • สร้างขวัญกำลังใจให้พนักงานทุกระดับด้วยโครงการ “กิจกรรมศึกษาดูงานต่างประเทศ”
  • ออกแบบและผลิตสินค้าใหม่ 19” Germany Export Rack

พ.ศ. 2540 วิกฤตเศรษฐกิจประเทศไทย 2 กรกฎาคม 2540

  • ปรับตัวเพื่อรองรับวิกฤตเศรษฐกิจ ภายใต้นโยบาย “เผชิญอุปสรรคร่วมกัน และไม่ทิ้งกัน”
  • รักษาตำแหน่งในตลาดและมองหาโอกาสในวิกฤติ
  • แสวงหาผลิตภัณฑ์ใหม่มาเพื่อเพิ่มเติมและทดแทนผลิตภัณฑ์เดิมที่อาจมีความเสี่ยง

พ.ศ. 2541 รักษาสถานะ และวางกลยุทธศาสตร์ เพื่อรองรับการเติบโต

  • เพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ โดยนำเข้าผลิตภัณฑ์สายสัญญาณยี่ห้อ “LINK”
  • เพิ่มเติมจากผลิตภัณฑ์เดิมที่มีอยู่ได้แก่สายสัญญาณยี่ห้อ AMP และยี่ห้อ INTERLINK
  • เน้นการอบรมเตรียมความพร้อมของพนักงาน เพื่อการกลับไปรุกอีกครั้งหนึ่ง

พ.ศ. 2542 ประกาศปฏิญญา 3 ข้อ เพื่อเป็นหลักยึดในการทำธุรกิจ

  • ปรับกลยุทธ์เพื่อการเติบโตต่อเนื่อง ใช้นโยบายการตลาดเชิงรุก
  • ประกาศปฏิญญา 3 ข้อคือ “สินค้าคุณภาพ” “ราคาถูกกว่า” และ “บริการที่ดีกว่า”
  • เพิ่ม New Product ได้แก่สินค้า Media Converter ยี่ห้อ LINK

พ.ศ. 2543 สร้างมาตรฐานองค์กรและรุกต่อเนื่อง

  • นำระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9002 มาใช้ดำเนินงาน
  • เปิดแผนกวิศวกรรม เพื่อการรุกงานติดตั้ง ทดสอบ และ Commissioning
  • สร้างทีมขายให้มีการแบ่งแยกลูกค้าโดยชัดเจน

พ.ศ. 2544 รุกต่อเนื่อง เพิ่มทุน เพื่อเติบโตต่อไป

  • เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 10 ล้านบาทเป็น 30 ล้านบาท
  • เช่าที่ดินและสร้างคลังสินค้าให้อยู่บริเวณเดียวกันกับสำนักงานเพื่อขยายธุรกิจ
  • สร้างมาตรฐานกระตุ้นเพื่อการรุกธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

พ.ศ. 2545 อินเตอร์ลิ้งค์สัญจร 4 ภูมิภาค

  • เปิดสัมมนาอบรมลูกค้าในต่างจังหวัด ภายใต้ชื่อโครงการ “อินเตอร์ลิ้งค์สัญจร” ทั้ง 4 ภูมิภาค
  • เพิ่ม New Product ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ TELEPHONE SYSTEMS ยี่ห้อ KRONE
  • ปรับองค์กรเพื่อรองรับการแข่งขันที่รุนแรง

พ.ศ. 2546 เตรียมความพร้อมสู่การเป็นบริษัทมหาชน

  • เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 30 ล้านบาทเป็น 60 ล้านบาท และจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  • นำระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001:2000 มาใช้แทน ISO 9002
  • ได้รับรางวัล “บริษัทดีเด่นด้านจรรยาบรรณ (Good Governance)” จากสภาหอการค้าแห่ง ประเทศไทย
  • เพิ่มสินค้าใหม่ ได้แก่ สายใยแก้ว Outdoor/Indoor ยี่ห้อ LINK

พ.ศ. 2547 จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

  • แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2547
  • เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 60 ล้านบาทเป็น 80 ล้านบาท
  • นำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2547
  • ปรับโครงสร้างองค์กรแบ่งเป็น 3 ธุรกิจ ได้แก่
  • ธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณคอมพิวเตอร์และสื่อสาร (Distribution)
  • ธุรกิจวิศวกรรมวางระบบเครือข่ายและสายใยแก้ว (Engineering)
  • ธุรกิจโซลูชั่น โพรวายเดอร์ (Solution Provider)
  • ได้รับการว่าจ้างให้เป็นผู้ติดตั้งระบบสายสัญญาณให้แก่โครงการสนามบินสุวรรณภูมิ
  • ซื้อที่ดิน 333 ตารางวา เพื่อสร้างอาคารคลังสินค้าและเตรียมสร้างสำนักงานแห่งใหม่

พ.ศ. 2548 เปิดสาขาเชียงใหม่และโครงการส่งฟรีทั่วไทย

  • เปิดโครงการ “ส่งฟรีทั่วไทย” และ “ทันใจทั่วไทย”
  • เปิดสำนักงานสาขาและศูนย์กระจายสินค้าภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่
  • ได้รับรางวัล SET AWARDS 2005 “MAI Growth Star” จากตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทย
  • เพิ่ม New Product ได้แก่ 19” The Best Quality Rack
  • ได้รับงานโครงการจากบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)

พ.ศ. 2549 วางสายเคเบิ้ลใยแก้วนำแสงทั่วกรุงเทพมหานคร / เปิดสาขาหาดใหญ่

  • เปิดสำนักงานสาขาและศูนย์กระจายสินค้าภาคใต้ที่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
  • ได้รับรางวัล SET AWARDS 2006 “MAI Growth Star” 2 ปีซ้อน
  • เพิ่ม New Product ได้แก่ ผลิตภัณฑ์โทรศัพท์ LINK ภายใต้ชื่อ “โทรศัพท์ที่จัดการได้”
  • ได้รับงานวางระบบ Fiber Optic ให้แก่การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)

พ.ศ. 2550 วิกฤตการณ์ Sub Prime (USA)

  • เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 100 ล้านบาท
  • ปรับองค์กรและเสริมศักยภาพบุคลากรให้สอดรับแนวปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง”
  • บุกเบิก “ โครงการสายเคเบิ้ลใต้น้ำ”
  • จดทะเบียน Interlink Telecom เพื่อสั่งสมระยะเวลาก่อตั้งเพื่อเตรียมรุกในอนาคต
  • ได้รับงาน โครงการ Submarine Cable จังหวัดสตูล มูลค่า 310 ล้านบาท จากการไฟฟ้าส่วน ภูมิภาค และงานโครงการวางระบบ Fiber Optic จาก บมจ. ทีโอที

พ.ศ. 2551 สำนักงานแห่งใหม่ / เปิดสาขาขอนแก่น

  • สร้างสำนักงานใหม่และขยายคลังสินค้าใหม่ กว่า 3,880 ตารางเมตร
  • เปิดสำนักงานสาขาและศูนย์กระจายสินค้าภาคอีสานที่จังหวัด ขอนแก่น
  • เพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ Link Coaxial Cable
  • จดทะเบียน Interlink Power เพื่อสั่งสมระยะเวลาก่อตั้ง เพื่อเตรียมรุกในอนาคต
  • ได้รับงานวางระบบ Fiber Optic ในต่างจังหวัดจาก บมจ. ทีโอที
  • ได้รับรางวัลเกียรติยศ สำหรับผู้ประกอบการ Bai Pho Business Awards จากสถาบันศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พ.ศ. 2552 มองทางเลือกธุรกิจใหม่เพื่อการเติบโตต่อเนื่อง

  • นำยุทธศาสตร์ “รุกต่อเนื่อง-พัฒนาธุรกิจ-รักษาความเป็นผู้นำ” มาขับเคลื่อนองค์กร
  • ซื้อที่ดินกว่า 5 ไร่ 264.2 ตารางวา เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต
  • นำระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001:2008 มาใช้แทน ISO 9001:2000
  • ได้โครงการ Submarine Cable เกาะมุกด์ เกาะสุกร และเกาะลิบง จังหวัด ตรัง มูลค่า 337.50 ล้านบาท
  • ได้รับรางวัล SET AWARDS 2009 “IR Excellence Awards” จากตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทย

พ.ศ. 2553 วิกฤตเศรษฐกิจยุโรปและการปรับตัว

  • ยุทธศาสตร์ “รักษาความเป็นผู้นำ พัฒนาธุรกิจ และรุกต่อเนื่อง”
  • ซได้รับงานโครงการวางระบบ Fiber Optic 1,250 กิโลเมตร ให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มูลค่า 200 ล้านบาท
  • รับงานซ่อมบำรุง Submarine Cable เกาะล้าน เกาะสีชัง มูลค่างาน 113 ล้านบาท
  • เตรียมออกแบบ Interlink Research and Development Center ใหม่บนที่ดิน 5 ไร่ 204.2 ตารางวา
  • ได้รับการคัดเลือกให้เข้าชิงรางวัล SET AWARDS 2010 สาขา“IR Excellence Awards”

พ.ศ. 2554 มหาอุทกภัยประเทศไทย

  • โฟกัสธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณ (Distribution) ที่โตอย่างต่อเนื่องและเป็นอันดับ 1
  • ออกแบบและจัดสร้างศูนย์วิจัยและกระจายสินค้า (R&D Center) พื้นที่ 6,500 ตารางเมตร บน ที่ดินของบริษัท ณ ถนนกาญจนาภิเษก กรุงเทพมหานคร
  • ได้รับรางวัลดีเด่นจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย “SET AWARDS 2011” สาขารางวัล บริษัทจดทะเบียนด้านนักลงทุนสัมพันธ์ “IR Excellence Awards”

พ.ศ. 2555 ปฏิรูปองค์กร (Reformation)

  • ปฏิรูปแนวคิด และปรับแนวทางการทำงานให้บุคลากรทำงานได้หลายบทบาท
  • เอาวิธีการ “Coaching” มาใช้กับคุณณัฐนัย ผู้บริหารของอินเตอร์ลิ๊งค์ เทเลคอม
  • ลงทุนก่อสร้าง “Interlink Fiber Optic Network” ไปทั่วประเทศ
  • ราคาหุ้นปรับตัวจากราคา 6-7 บาท ไปที่ 18-20 บาท
  • จดทะเบียนมูลนิธิอินเตอร์ลิ้งค์ให้ใจ
  • ปรับเปลี่ยน “ INTERLINK ENERGY” เป็น “INTERLINK POWER & ENERGY”
  • เปิดสาขาระยอง เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2555

พ.ศ. 2556 ปฏิรูปการดำเนินงานเพื่อความชัดเจน (REOPERATION) และ COACHING

  • เปิด R&D Center (ศูนย์ศึกษาและกระจายสินค้า) ตั้งแต่ 1 มกราคม 2556 ซึ่งประกอบด้วย
  • อาคารสำนักงาน LOGISTIC 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 720 ตร.ม.
  • อาคาร INTERLINK TELECOM และ DATACENTER 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 1,800 ตร.ม.
  • อาคารคลังสินค้าพร้อมชั้นลอย พื้นที่ใช้สอย 4,824 ตร.ม.
  • ปรับโครงสร้างการบริหารองค์กร
  • เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 145 ล้านบาท โดยมีทุนจดทะเบียนและชำระแล้วทั้งสิ้น 129,994,541 บาทจากการจ่ายปันผลเป็นหุ้นจำนวน 9,994,541 บาท และการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนใหม่จำนวน 20 ล้านบาท
  • การเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 20 ล้านบาท สามารถระดมทุนได้จำนวน 395 ล้านบาท โดยนำ ไปเพิ่มทุนในบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด จำนวน 270 ล้านบาท ส่วนที่เหลือสำรองสำหรับการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย
  • ออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อสามัญของบริษัทฯ ครั้งที่ 1 (ILINK-W1) จำนวน 14,997,238 หน่วย โดยไม่มีมูลค่า
  • ชนะการประกวดราคางานโครงการจ้างเหมาก่อสร้าง Submarine Cable ไปเกาะกูด เกาะ หมาก จังหวัดตราด มูลค่างาน 1,150 ล้านบาทและไปยังเกาะพงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี มูลค่างาน 800 ล้านบาท
  • ก่อสร้างโครงข่าย Fiber Optic ตามเส้นทางรถไฟทั่วประเทศ แล้วเสร็จ 100%
  • ก่อตั้งคณะที่ปรึกษาประธานกรรมการ บมจ. อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น
  • ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย “SET AWARDS 2013” สาขา รางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านนักลงทุนสัมพันธ์ “IR Excellence Awards”
  • ได้รับรางวัลซีเอสอาร์ไอ เรคคอกนิชั่น 2013 (CSRI Recognition 2013) จากตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย

พ.ศ. 2557 เติบโตต่อเนื่อง และยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของประเทศไทย

  • เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 289,983,558 บาท โดยมีทุนจดทะเบียนและชำระแล้วทั้งสิ้น 261,048,952 บาทจากการจ่ายปันผลเป็นหุ้นจำนวน 129,994,841 บาท และจากการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1 (“ILINK-W1”) ในระหว่างปี
  • ปรับเปลี่ยนโครงสร้างเพื่อความชัดเจนและเหมาะสนในการดำเนินธุรกิจ โดยได้โอนย้ายธุรกิจ ดาต้าเซ็นเตอร์ไปอยู่ภายใต้บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน)
  • ขยายโครงข่าย Interlink Fiber Optic Network ครอบคลุม 64 จังหวัดทั่วประเทศไทย พร้อม ทั้งเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อรองรับการเติบโตของการส่งผ่าน ข้อมูลภายในและภายนอกประเทศ
  • ให้บริการโครงข่าย Interlink Fiber Optic Network เพื่อรองรับเทคโนโลยี 3G กับผู้ให้บริการ มือถือระดับประเทศ
  • ได้รับรางวัลซีเอสอาร์ไอ เรคคอกนิชั่น (CSRI Recognition) จากตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทย

พ.ศ. 2558 เติบโตต่อเนื่อง และยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายนำเทคโนโลยีมาพัฒนาประเทศไทย

  • เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 362,479,447 บาท โดยมีทุนจดทะเบียนและชำระแล้วทั้งสิ้น 335,621,351 บาทจากการจ่ายปันผลเป็นหุ้นจำนวน 65,971,778 บาท และจากการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของ บริษัท อินเตอร์ลิ๊งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1 (“ILINK-W1”) ในระหว่างปี
  • 19 สิงหาคม 2558 บริษัทอินเตอร์ลิ๊งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) เติบโตและได้ย้ายจาก ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (Mai) เข้าไปซื้อ-ขาย ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
  • 11 พฤษภาคม 2558 ดำเนินการแปรสภาพบริษัท อินเตอร์ลิ๊งค์ เทเลคอม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัท ย่อย เป็นบริษัทจำกัดมหาชน ภายใต้ชื่อบริษัท อินเตอร์ลิ๊งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน)
  • ขยายธุรกิจไปยังประเทศกลุ่ม AEC โดยเฉพาะ CLMV โดยตั้งใจว่าจะขยายต่อเนื่องเพื่อให้ ครอบคลุมภูมิภาคเอเชียต่อไปในอนาคตต่อไป
  • ส่งมอบงานโครงการ Submarine Cable เกาะกูด เกาะหมาก จ.ตราด มูลค่า 1,150 ล้านบาท
  • ส่งมอบโครงการ Submarine Cable เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี มูลค่า 800 ล้านบาท
  • ประกวดราคาขายสาย FTTH ให้ TOT จำนวน 32 ล้านเมตร มูลค่า 190 ล้านบาท

พ.ศ. 2559 มั่นคง ยืนยง และยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายนำเทคโนโลยีมาพัฒนาประเทศไทย

  • ทุนจดทะเบียน 362,479,447 บาท โดยมีทุนจดทะเบียนและชำระแล้วทั้งสิ้น 362,423,986 บาท และการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1 (“ILINK-W1”) ได้ใช้สิทธิ์ครั้งที่ 12 (ครั้งสุดท้าย) เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา
  • 14 กันยายน 2559 บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เข้าไป ซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์ mai
  • ขยายธุรกิจไปยังประเทศกลุ่ม AEC โดยเฉพาะ CLMV โดยตั้งใจว่าจะขยายต่อเนื่องเพื่อให้ ครอบคลุมภูมิภาคเอเซียต่อไปในอนาคตต่อไป
  • ได้รับรางวัล ESG100 ประจำปี 2559 จากสถาบันไทยพัฒน์ เป็นปีที่ 2 ซึ่งย้ำถึงการกำกับ ดูแลกิจการที่ดี เป็นบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม (Environmental, Social and Governance : ESG) จากการประเมินบริษัท จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทั้งหมด 621 บริษัท
  • ชนะการประกวดราคางานโครงการงานก่อสร้างงานสาธารณูปโภค โครงการพัฒนาท่า อากาศยานสุวรรณภูมิ (ปีงบประมาณ 2554-2560) จากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) มูลค่างาน 866.03 ล้านบาท
  • ชนะการประกวดราคางานโครงการงานจ้างเหมาก่อสร้างสถานีไฟฟ้าระบบ 115-22 เควี ที่ สถานีไฟฟ้านิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ 2 จังหวัดลำพูน , สถานีไฟฟ้านิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ 3 จังหวัดลำพูน และสถานีไฟฟ้าลำปาง 3 จากการ ไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มูลค่างาน 526.28 ล้านบาท
  • ชนะการประกวดราคางานโครงการงานจ้างเหมาก่อสร้างสายส่งระบบ 115 เควี ช่วงสถานี ไฟฟ้าฮอด จังหวัดเชียงใหม่ – สถานีไฟฟ้าแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตามโครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้าระยะที่ 9.1 ช่วงที่ 3 จากการไฟฟ้าส่วน ภูมิภาค มูลค่างาน 289.30 ล้านบาท